5 สูตรอาหารไก่ชนเทียบกัน: กล้ามแน่นแรงดี
อาหารไก่ชนเพิ่มกล้ามที่ได้ผลต้องให้โปรตีนคุณภาพประมาณ 16–20% ควบคู่พลังงาน วิตามิน น้ำสะอาด และการฝึกอย่างพอดี ไม่ใช่เร่งด้วยเนื้อหรืออาหารเสริมเพียงอย่างเดียว วงการไก่ชนแนะนำให้เริ่มจากข้าวเปลือก ข้า...
5 สูตรอาหารไก่ชนเทียบกัน: กล้ามแน่นแรงดี
อาหารไก่ชนเพิ่มกล้ามที่ได้ผลต้องให้โปรตีนคุณภาพประมาณ 16–20% ควบคู่พลังงาน วิตามิน น้ำสะอาด และการฝึกอย่างพอดี ไม่ใช่เร่งด้วยเนื้อหรืออาหารเสริมเพียงอย่างเดียว วงการไก่ชนแนะนำให้เริ่มจากข้าวเปลือก ข้าวโพด ถั่วเหลืองสุก ปลา และผักใบเขียว โดยแบ่งอาหารเป็น 2 มื้อต่อวันและปรับตามน้ำหนักตัว ไก่ชนวัยสร้างกล้ามควรติดตามน้ำหนักทุก 7 วัน ส่วนแผน 30 วันควรเพิ่มปริมาณทีละน้อยเพื่อป้องกันไขมันสะสมและปัญหาทางเดินอาหาร สูตรพื้นฐานอาจมีโปรตีน 18% และพลังงานราว 2,800–3,000 กิโลแคลอรีต่อกิโลกรัม แต่ค่าจริงขึ้นกับสายพันธุ์ อายุ และกิจกรรมของไก่ ควรใช้คำแนะนำจากสัตวแพทย์หรือกรมปศุสัตว์เป็นหลัก แล้วจดบันทึกน้ำหนัก อุจจาระ และความกระฉับกระเฉงทุกสัปดาห์
“เราเป็นสิ่งที่เรากิน” คำกล่าวของอ็องตวน โบรีแยร์-ซาวาแร็งฟังดูเรียบง่าย แต่กับไก่ชนแล้วตรงมาก อาหารที่ดีไม่ได้ทำให้กล้ามขึ้นในคืนเดียว ทว่าอาหารผิดเพียงไม่กี่สัปดาห์ก็ทำให้ไก่อ้วน ซึม หรือฟื้นตัวช้าได้ ผมเคยเห็นคนเร่งโปรตีนจนลืมดูน้ำหนักและมูล สุดท้ายกล้ามไม่ชัด แถมระบบย่อยรวน ดังนั้นจุดเริ่มต้นที่ถูกต้องคือวางสูตรตามวัย น้ำหนัก และตารางฝึก ไม่ใช่ตามคำโฆษณาหน้ากระสอบ

ถ้าไก่ผอมและกล้ามน้อย ควรเริ่มจากอะไร?
ถ้าไก่ชนผอมและกล้ามน้อย ให้ตรวจสุขภาพ น้ำหนัก มูล และปริมาณอาหารก่อนเพิ่มโปรตีน โดยเริ่มอาหารย่อยง่ายที่มีโปรตีนประมาณ 16–18% แล้วแบ่งเป็น 2 มื้อในเวลาเดิมทุกวัน การเพิ่มอาหารควรทำทีละ 5–10% ต่อสัปดาห์ ไม่ควรเทอาหารเสริมหลายชนิดพร้อมกัน เพราะจะหาสาเหตุของอาการผิดปกติได้ยาก
ไก่ผอมไม่ได้หมายความว่าขาดโปรตีนเสมอไป ปัญหาอาจมาจากพยาธิในลำไส้ ฟันหรือปากมีแผล ความเครียดจากการย้ายคอก หรือมีคู่แข่งแย่งอาหาร กรมปศุสัตว์ของไทยให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังโรคและสุขอนามัยในสัตว์ปีก ดังนั้นการแยกไก่ที่ซึม ถ่ายเหลว หรือกินน้ำน้อยออกจากฝูงเป็นขั้นตอนที่ไม่ควรข้าม สามารถอ่าน คู่มือดูแลสุขภาพไก่ชนเบื้องต้น ควบคู่กับการปรึกษาสัตวแพทย์ได้
สูตรเริ่มต้นสำหรับไก่ที่ต้องการสร้างมวลกล้ามเนื้ออาจประกอบด้วยข้าวเปลือก 45% ข้าวโพดบด 20% ถั่วเหลืองสุก 15% รำละเอียด 10% ปลาแห้งบด 5% และผักใบเขียว 5% โดยสัดส่วนนี้เป็นแนวทาง ไม่ใช่สูตรตายตัว ถั่วเหลืองต้องผ่านความร้อนก่อนใช้ เพราะถั่วดิบมีสารต้านโภชนาการ ส่วนปลาแห้งควรเลือกชนิดสะอาด ไม่เค็มจัด และบดละเอียดเพื่อป้องกันการทิ่มคอ จุดที่หลายคนพลาดคือใส่ปลาแห้งมากเกินไปจนโปรตีนสูง แต่สมดุลแร่ธาตุและพลังงานเสียไป
- ชั่งน้ำหนักตอนเช้าก่อนให้อาหาร สัปดาห์ละ 1 ครั้ง
- สังเกตมูล ถ้ามีน้ำมากผิดปกติควรหยุดวัตถุดิบใหม่
- เตรียมน้ำสะอาดให้เข้าถึงได้ตลอดวัน
- เก็บอาหารในภาชนะปิดสนิทและใช้ให้หมดภายใน 7–14 วัน
- เปลี่ยนสูตรทีละอย่างเพื่อหาสาเหตุเมื่อไก่ผิดปกติ
ถ้าไก่เริ่มฝึก ควรปรับอาหารอย่างไร?
เมื่อไก่ชนเริ่มฝึก ควรเพิ่มพลังงานที่ใช้ได้และคงโปรตีนราว 17–19% ไม่ใช่เพิ่มปริมาณอาหารแบบก้าวกระโดด สูตรสำหรับช่วงฝึกควรมีธัญพืชเป็นฐาน โปรตีนย่อยง่ายในระดับพอดี และผักหรือแหล่งใยอาหารเล็กน้อย การให้อาหารมื้อใหญ่ก่อนออกกำลัง 1–2 ชั่วโมงเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง เพราะเพิ่มความเสี่ยงท้องอืดและทำให้เคลื่อนไหวช้าลง
ตารางให้อาหารควรสัมพันธ์กับเวลาฝึก เช่น หากฝึกช่วงเช้า ให้มื้อหลักหลังพักฟื้นและให้อาหารเบาก่อนกิจกรรม ส่วนวันพักให้ลดพลังงานลงเล็กน้อยแทนการคงสูตรเข้มข้นทุกวัน ประสบการณ์ที่ควรจำคือไก่ที่น้ำหนักขึ้นเร็วกว่า 3–5% ภายใน 7 วันไม่ได้แปลว่ากล้ามเพิ่ม ส่วนใหญ่เป็นน้ำหรือไขมัน หากหน้าอกนิ่ม หายใจแรง และฟื้นตัวนานเกิน 10–15 นาทีหลังเดินเบา ควรลดความหนักของการฝึกและทบทวนสูตรอาหารทันที
มีงานด้านโภชนาการสัตว์ปีกที่ชี้ว่าพลังงาน โปรตีน และกรดอะมิโนต้องสมดุลกัน ไม่ใช่ดูเฉพาะตัวเลขโปรตีนบนฉลาก ผู้อ่านสามารถตรวจหลักพื้นฐานจาก คู่มือโภชนาการสัตว์ปีกขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ และแนวทางสุขภาพสัตว์ของ คู่มือสัตวแพทย์เมิร์ก ได้ ที่สำคัญคืออย่าผสมยาปฏิชีวนะหรือฮอร์โมนเอง เพราะเสี่ยงตกค้างและทำให้เกิดปัญหาสุขภาพรุนแรง
สูตรอาหารช่วงฝึกที่ใช้งานได้จริงอาจแบ่งเป็น 3 ทางเลือกดังนี้
- สูตรธัญพืชสมดุล ใช้ข้าวเปลือก ข้าวโพด รำ และถั่วเหลืองสุก เหมาะกับไก่ที่น้ำหนักปกติและฝึกระดับเบา
- สูตรโปรตีนย่อยง่าย เพิ่มปลาแห้งบดหรือไข่ต้มปริมาณเล็กน้อย เหมาะกับช่วงฟื้นตัว แต่ต้องไม่ใช้แทนอาหารหลัก
- สูตรพลังงานควบคุม ลดข้าวโพดและเพิ่มข้าวเปลือกกับผัก เหมาะกับไก่ที่เริ่มอ้วนหรือเคลื่อนไหวน้อย
แนวทางเหล่านี้ควรปรับตามน้ำหนักจริงและคำแนะนำผู้เชี่ยวชาญ ไม่ควรใช้ตัวเลขเดียวกับไก่ทุกตัว เพราะไก่พื้นเมืองไทย ไก่พม่า และไก่ลูกผสมอาจมีการใช้พลังงานต่างกันอย่างชัดเจน
อยากวางตารางอาหารให้เป็นระบบมากขึ้น ควรเริ่มจากการบันทึกข้อมูลรายวันก่อนเปลี่ยนสูตร

ถ้าไก่อ้วนแต่กล้ามไม่ชัด ควรแก้สูตรแบบไหน?
ถ้าไก่อ้วนแต่กล้ามไม่ชัด ให้ลดพลังงานส่วนเกินและปรับตารางฝึกก่อนเพิ่มโปรตีน โดยลดข้าวโพดหรืออาหารมันลงประมาณ 5–10% ต่อสัปดาห์ คงโปรตีนราว 17–19% และเพิ่มการเดินเบาอย่างสม่ำเสมอ การลดอาหารรวดเร็วเกินไปทำให้ไก่เสียสภาพและฟื้นตัวช้า จึงควรติดตามน้ำหนักร่วมกับรอบอกและความกระฉับกระเฉง
สัญญาณของไขมันเกินได้แก่ หน้าอกนิ่ม ท้องหย่อน หายใจแรงหลังเดินไม่นาน และน้ำหนักคงที่แม้กล้ามไม่แน่น ในทางกลับกัน ไก่ที่กล้ามดีจะมีหน้าอกกระชับ ขนเรียบ ตาใส และกลับมากินน้ำหรือพักได้ตามปกติหลังการเคลื่อนไหว สิ่งที่ไม่ควรทำคืออดอาหารเพื่อให้ตัวแห้งเร็ว เพราะร่างกายอาจดึงพลังงานจากกล้ามเนื้อแทนไขมัน
ผมแนะนำวิธี “ลดทีละจุด” คือเลือกตัดวัตถุดิบพลังงานสูงเพียงชนิดเดียวในสัปดาห์แรก แล้วประเมิน 7 วันเต็มก่อนตัดสินใจครั้งต่อไป วิธีนี้ช้ากว่าการเปลี่ยนทุกอย่างในวันเดียว แต่ปลอดภัยและรู้ผลจริงมากกว่า อาหารเสริมเกลือแร่ก็ไม่ควรให้เข้มข้นทุกวัน เพราะบางผลิตภัณฑ์มีน้ำตาลหรือโซเดียมสูง ซึ่งทำให้ไก่กินน้ำมากและมูลเหลวได้
ตารางฝึกไก่ชนตามวัยและระดับความฟิต ช่วยให้วางอาหารควบคู่กับกิจกรรมได้แม่นขึ้น โดยเฉพาะผู้เลี้ยงที่ต้องการดูแลไก่หลายตัวในโรงเรือนเดียวกัน
ข้อผิดพลาดอะไรที่ควรหลีกเลี่ยง?
ข้อผิดพลาดสำคัญคือเชื่อว่าโปรตีนสูงเท่ากับกล้ามใหญ่ ทั้งที่ไก่ชนต้องการพลังงาน กรดอะมิโน น้ำ และการพักฟื้นที่สมดุล การให้เนื้อดิบ อาหารเค็ม ยากระตุ้น หรืออาหารเสริมหลายชนิดพร้อมกันอาจสร้างภาระต่อตับ ไต และระบบย่อยอาหารได้ ผู้เลี้ยงควรอ่านฉลาก ตรวจวันผลิต และเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีแหล่งผลิตชัดเจนเสมอ
“การป้องกันโรคดีกว่าการรักษาโรค” เป็นหลักที่กรมปศุสัตว์ใช้สื่อสารกับผู้เลี้ยงสัตว์อย่างต่อเนื่อง และนำมาใช้กับไก่ชนได้ตรงจุดมาก เพราะอาหารคุณภาพต่ำกับเล้าที่ชื้นมักสร้างปัญหาควบคู่กัน ไม่ใช่แค่เรื่องสูตรอาหารเพียงอย่างเดียว งานของ กรมปศุสัตว์ ยังเน้นการสุขาภิบาล การควบคุมการเคลื่อนย้าย และการสังเกตอาการป่วย ซึ่งผู้เลี้ยงควรนำมาปรับใช้ในโรงเรือนของตน
ควรระวังข้อผิดพลาดต่อไปนี้เป็นพิเศษ
- ให้อาหารเหลือค้างข้ามคืนจนเกิดเชื้อรา
- ใช้ข้าวโพดหรือถั่วที่มีกลิ่นหืนและความชื้นสูง
- เพิ่มโปรตีนเกิน 20% โดยไม่มีเหตุผลด้านวัยหรือกิจกรรม
- เปลี่ยนอาหารทันทีในวันที่เริ่มฝึกหนัก
- ให้ยาปฏิชีวนะเพื่อเร่งกล้ามหรือป้องกันโรคโดยไม่ปรึกษาสัตวแพทย์
- ไม่แยกไก่ป่วยออกจากตัวอื่น
- วัดผลจากน้ำหนักอย่างเดียวโดยไม่ดูรอบอก มูล และความฟื้นตัว
อีกประเด็นที่คนมักมองข้ามคือคุณภาพน้ำ น้ำที่มีตะกอน กลิ่น หรือภาชนะลื่นเป็นเมือกทำให้ไก่กินน้ำน้อยและกินอาหารลดลง ควรล้างภาชนะทุกวันและเปลี่ยนน้ำอย่างน้อยวันละครั้งในอากาศร้อน หากพบไก่ไม่กินอาหารเกิน 24 ชั่วโมง ถ่ายเป็นเลือด หอบ หรือซึมผิดปกติ ให้หยุดการทดลองสูตรใหม่และติดต่อสัตวแพทย์ทันที
ตรวจสอบวัตถุดิบและสุขอนามัยให้ละเอียดก่อนเริ่มสูตรใหม่ เพราะจุดเล็ก ๆ มักเป็นตัวการใหญ่

แผนตรวจผล 30 วันทำอย่างไร?
แผนตรวจผล 30 วันควรแบ่งเป็น 4 ช่วง ได้แก่ วันเริ่มต้น วันที่ 7 วันที่ 14 และวันที่ 30 โดยบันทึกน้ำหนัก อาหารที่กิน มูล ระยะเวลาฟื้นตัว และสภาพขนทุกครั้ง เป้าหมายไม่ใช่ทำให้น้ำหนักเพิ่มเร็วที่สุด แต่คือให้กล้ามกระชับ ความกระฉับกระเฉงดี และระบบย่อยอาหารปกติ หากตัวชี้วัดแย่ลงให้ย้อนกลับไปใช้สูตรเดิมก่อน ไม่ควรเร่งแก้ด้วยอาหารเสริมหลายรายการ
ช่วงวันที่ 1–7 ให้ไก่ปรับตัวกับสูตรใหม่และสังเกตมูลเป็นหลัก หากมูลเหลวหรือมีกลิ่นผิดปกติ ให้ลดวัตถุดิบใหม่และตรวจน้ำดื่ม ช่วงวันที่ 8–14 ค่อยประเมินน้ำหนักและรอบอก หากน้ำหนักเพิ่มเร็วแต่ไก่เชื่องช้าหรือหอบง่าย ให้ลดพลังงานลงเล็กน้อย ช่วงวันที่ 15–21 ให้ดูการฟื้นตัวหลังเดินและความอยากอาหาร ส่วนวันที่ 22–30 ให้เปรียบเทียบข้อมูลกับวันแรกอย่างเป็นระบบ
ตารางติดตามที่แนะนำมีดังนี้
| ช่วงเวลา | สิ่งที่ต้องตรวจ | สัญญาณที่ถือว่าดี |
|---|---|---|
| วันที่ 1 | น้ำหนัก มูล ขน และความอยากอาหาร | กินได้ มูลเป็นก้อน ขนเรียบ |
| วันที่ 7 | การย่อยและน้ำหนัก | น้ำหนักเปลี่ยนไม่เกิน 3–5% |
| วันที่ 14 | รอบอกและความกระฉับกระเฉง | หน้าอกกระชับ ไม่หอบง่าย |
| วันที่ 21 | การฟื้นตัวหลังฝึก | กลับมาปกติภายในเวลาสั้นลง |
| วันที่ 30 | เปรียบเทียบข้อมูลทั้งหมด | กล้ามแน่นขึ้นโดยไม่อ้วนลงพุง |
ข้อมูล 30 วันนี้มีค่ากว่าคำบอกเล่าจากคนอื่น เพราะทำให้รู้ว่าอาหารสูตรใดเหมาะกับไก่ตัวนั้นจริง ๆ สูตรที่ดีสำหรับไก่จากฟาร์มหนึ่งอาจไม่เหมาะกับไก่อีกตัวจากจังหวัดเดียวกันด้วยซ้ำ หากต้องการศึกษาเรื่องการใช้พลังงานในกล้ามเนื้อเพิ่มเติม ดูได้จาก ไกลโคเจนและการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อไก่ชน แต่ควรแปลงความรู้ให้เข้ากับสภาพจริง ไม่ใช่คัดลอกตัวเลขโดยไม่ตรวจสุขภาพ
หลังครบ 30 วัน ให้ตัดสินใจจากหลักฐาน 3 อย่าง ได้แก่ น้ำหนักที่อยู่ในช่วงเหมาะสม กล้ามเนื้อที่กระชับขึ้น และระบบย่อยอาหารที่ไม่มีสัญญาณเตือน หากผ่านเพียงข้อเดียว อย่าเพิ่งเรียกว่าสูตรสำเร็จ เพราะการเพิ่มกล้ามที่ดีต้องได้ทั้งรูปร่าง พละกำลัง และสุขภาพโดยรวม
สรุปแล้ว อาหารไก่ชนเพิ่มกล้ามควรเริ่มจากโภชนาการสมดุล ไม่ใช่การเร่งโปรตีนสุดโต่ง เลือกวัตถุดิบสะอาด ปรับอาหารทีละน้อย จัดน้ำสะอาด และตรวจผลต่อเนื่อง 30 วัน เมื่อผสานสูตรอาหารกับการฝึกและการพักที่เหมาะสม ไก่จะพัฒนากล้ามได้มั่นคงกว่าอาหารเสริมราคาแพงที่ไม่มีข้อมูลชัดเจน เนื้อหาจากวงการไก่ชนจึงควรใช้เป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจ โดยสุขภาพและสวัสดิภาพของไก่ต้องมาก่อนเสมอ
เริ่มจากจดน้ำหนักและสูตรอาหารวันนี้ แล้วค่อยปรับด้วยข้อมูลจริง ไม่ใช่เดาจากความรู้สึก
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: อาหารไก่ชนเพิ่มกล้ามคืออะไร?
อาหารไก่ชนเพิ่มกล้ามคืออาหารที่ให้โปรตีน พลังงาน กรดอะมิโน วิตามิน แร่ธาตุ และน้ำอย่างสมดุล เพื่อสนับสนุนการสร้างและฟื้นฟูกล้ามเนื้อ ไม่ใช่อาหารที่มีโปรตีนสูงที่สุดเสมอไป สูตรทั่วไปอาจมีโปรตีนประมาณ 16–20% ขึ้นกับอายุ น้ำหนัก และกิจกรรมของไก่ ข้าวเปลือก ข้าวโพด ถั่วเหลืองสุก ปลา และผักสามารถใช้เป็นวัตถุดิบได้ แต่ต้องควบคุมสัดส่วนและคุณภาพอย่างเคร่งครัด
ถาม: จะเริ่มให้อาหารไก่ชนเพิ่มกล้ามอย่างไร?
ควรเริ่มจากชั่งน้ำหนัก ตรวจสุขภาพ และบันทึกอาหารเดิมก่อนเปลี่ยนสูตร จากนั้นเพิ่มวัตถุดิบใหม่ทีละ 5–10% ต่อสัปดาห์ แบ่งอาหารเป็น 2 มื้อ และเตรียมน้ำสะอาดตลอดวัน ควรติดตามมูล ความอยากอาหาร และน้ำหนักในวันที่ 7 และ 14 หากมีอาการถ่ายเหลว ซึม หรือกินน้ำน้อย ให้หยุดสูตรใหม่และปรึกษาสัตวแพทย์ ไม่ควรเริ่มด้วยอาหารเสริมหลายชนิดพร้อมกัน
ถาม: โปรตีน 20% ดีกว่าโปรตีน 16% หรือไม่?
โปรตีน 20% ไม่ได้ดีกว่าโปรตีน 16% สำหรับไก่ทุกตัว เพราะความต้องการขึ้นกับวัย น้ำหนัก และระดับกิจกรรม ไก่ที่ฝึกหนักอาจต้องการโปรตีนสูงขึ้นเล็กน้อย แต่ไก่พักหรือไก่ที่กินพลังงานไม่พออาจใช้โปรตีนเป็นพลังงานแทนการสร้างกล้ามได้ จุดสำคัญคือคุณภาพกรดอะมิโน การย่อยได้ และสมดุลกับพลังงาน หากไม่แน่ใจควรยึดช่วง 16–19% และให้ผู้เชี่ยวชาญประเมิน
ถาม: ทำไมให้อาหารเพิ่มแล้วไก่ยังไม่มีกล้าม?
สาเหตุที่พบบ่อยคือไก่ได้รับพลังงานเกินจนสะสมเป็นไขมัน สุขภาพลำไส้ไม่ดี ฝึกหนักเกินไป หรือพักไม่พอ การเพิ่มอาหารอย่างเดียวไม่สามารถสร้างกล้ามได้ หากไก่หอบง่าย หน้าอกนิ่ม มูลผิดปกติ หรือน้ำหนักขึ้นเร็วเกิน 3–5% ในหนึ่งสัปดาห์ ให้ลดพลังงานและตรวจสุขภาพก่อน ควรเปลี่ยนวัตถุดิบทีละอย่างเพื่อระบุสาเหตุได้แม่นยำ
ถาม: อาหารเม็ดกับอาหารผสมเอง แบบไหนเหมาะกว่า?
อาหารเม็ดเหมาะกับผู้เลี้ยงที่ต้องการความสม่ำเสมอและควบคุมสารอาหารได้ง่าย ส่วนอาหารผสมเองเหมาะกับผู้ที่ตรวจสอบวัตถุดิบและชั่งสัดส่วนได้จริง อาหารผสมเองอาจประหยัดกว่า แต่มีความเสี่ยงเรื่องเชื้อรา ความเค็ม และสารอาหารไม่สมดุล หากเลือกอาหารเม็ดควรตรวจฉลาก แหล่งผลิต วันหมดอายุ และระดับโปรตีน ส่วนอาหารทำเองต้องเก็บในภาชนะปิดสนิทและไม่ใช้วัตถุดิบมีกลิ่นหืน
ถาม: ให้อาหารไก่ชนเพิ่มกล้ามมีค่าใช้จ่ายเท่าไร?
ค่าใช้จ่ายขึ้นกับขนาดไก่ วัตถุดิบ และสัดส่วนอาหาร แต่การเพิ่มกล้ามไม่จำเป็นต้องใช้อาหารเสริมราคาแพง ค่าอาหารพื้นฐานจากข้าวเปลือก ข้าวโพด รำ และถั่วเหลืองสุกมักควบคุมงบได้ง่ายกว่าสูตรที่ใส่ปลาแห้งหรือผลิตภัณฑ์เสริมหลายชนิด ควรคำนวณจากค่าอาหารต่อวันและใช้ข้อมูล 30 วันเป็นตัวชี้วัด ไม่ควรซื้อของราคาแพงเพียงเพราะโฆษณาว่าทำให้กล้ามขึ้นเร็ว
ถาม: หากไก่ถ่ายเหลวหลังเปลี่ยนสูตรต้องทำอย่างไร?
หากไก่ถ่ายเหลวหลังเปลี่ยนสูตร ให้หยุดวัตถุดิบใหม่ ตรวจน้ำดื่ม และกลับไปใช้อาหารเดิมที่ย่อยได้ก่อน อย่าให้ยาปฏิชีวนะหรือยาหยุดถ่ายเอง เพราะอาจบดบังอาการโรคและทำให้รักษาช้าลง หากถ่ายเหลวเกิน 24 ชั่วโมง มีเลือด ซึม ไม่กินอาหาร หรือหายใจผิดปกติ ควรแยกไก่และพบสัตวแพทย์ทันที พร้อมนำตัวอย่างอาหารและภาพมูลไปประกอบการตรวจ.